×

เอกชนหวั่นนำเข้ากุ้ง กระทบเกษตรไทย ราคาตก-เสี่ยงโรค พาณิชย์ยันจะคุมเข้มมากขึ้น พร้อมหาแนวทางแก้ไขปัญหาให้เป็นธรรมกับทุกฝ่าย

Please enter correct URL of your document.

เมื่อวันที่ 8 พ.ย. 2564 นายกีรติ รัชโน อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์(พณ.) เปิดเผยว่า ตามที่สมาคมกุ้งตะวันออกไทยได้แสดงข้อกังวลว่า การนำเข้ากุ้งจะกระทบต่อการผลิตและทำให้ราคากุ้งในประเทศตกต่ำ ไม่มีเสถียรภาพ มีความเสี่ยงเรื่องโรคที่ติดมากับกุ้ง รวมถึงปัญหาคุณภาพความปลอดภัย การปนเปื้อนของสารเคมีต้องห้ามและยาปฏิชีวนะ ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อเกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้งในประเทศไทยและภาพลักษณ์ของกุ้งไทยด้วย พร้อมเสนอให้ภาครัฐหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมีมาตรการควบคุมการนำเข้ากุ้งที่เข้มงวดและรัดกุม

กรมฯ ขอชี้แจงว่า ปัจจุบันกรมประมง กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ มีการออกกฎระเบียบเพื่อกำกับดูแลการนำเข้าสัตว์น้ำและผลิตภัณฑ์สัตว์น้ำให้มีคุณภาพมาตรฐาน สอดคล้องกฎระเบียบสากล รวมถึงป้องกันสุขอนามัยสัตว์เพื่อไม่ให้เกิดโรคระบาดกระทบต่อสัตว์น้ำภายในประเทศ ในส่วนของกระทรวงพาณิชย์ ในฐานะที่มีภารกิจเกี่ยวกับการค้าทั้งในประเทศและต่างประเทศได้มีการติดตามสถานการณ์นำเข้า ส่งออก การผลิต และการบริโภคสินค้าอยู่อย่างสม่ำเสมอ เพื่อพิจารณาแนวทางรักษาเสถียรภาพของราคาและปริมาณให้เหมาะสม สอดคล้องกับตลาดและความต้องการของผู้บริโภค

สำหรับสถานการณ์นำเข้าสินค้ากุ้งในปี 2564 (ม.ค.-ก.ย.) ไทยนำเข้ากุ้งสด แช่เย็น แช่แข็ง ปริมาณ 35,344 ตัน มูลค่า 5,601.70 ล้านบาท ปริมาณและมูลค่าเพิ่มขึ้น 116% และ 132% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมูลค่านำเข้า 3 อันดับแรกนำเข้าจากเอกวาดอร์ (สัดส่วน 40%) อาร์เจนตินา (สัดส่วน 30%) และออสเตรเลีย (สัดส่วน 7%) ตามลำดับ

สำหรับการส่งออกมีปริมาณ 57,375 ตัน มูลค่า 14,987 ล้านบาท ปริมาณลดลง 3% แต่มูลค่าเพิ่มขึ้น 3% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมูลค่าส่งออก 3 อันดับแรกส่งออกไปสหรัฐอเมริกา (สัดส่วน 28%) จีน (สัดส่วน 21%) และญี่ปุ่น (สัดส่วน 18%) ตามลำดับ

นายกีรติ กล่าวเพิ่มเติมว่า หน่วยงานรัฐที่เกี่ยวข้องพร้อมรับฟังและพยายามหาแนวทางแก้ไขปัญหาที่เหมาะสม เพื่อให้เป็นธรรมกับทุกฝ่ายและปกป้องผลประโยชน์การค้าของประเทศ อย่างไรก็ดี การออกมาตรการควบคุมการนำเข้าส่งออกสินค้าใด จะต้องพิจารณาอย่างรอบด้านและคำนึงถึงเหตุผลความจำเป็น ไม่ให้เป็นอุปสรรคต่อการค้าหรือเพิ่มภาระของประชาชน ซึ่งจะต้องหารือผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกฝ่าย ทั้งเกษตรกร ภาคเอกชน ตลอดจนหน่วยงานรัฐที่เกี่ยวข้อง เพื่อรับฟังความคิดเห็นและข้อเสนอแนะก่อนดำเนินการมาตรการใดๆ

ที่มา: https://www.khaosod.co.th/economics/news_6721431

บทความที่คุณน่าจะสนใจ

The House just approved the biggest climate investment in U.S. history — now it heads to the SenateDemocrats have passed President Joe Biden’s $1.75 trillion social policy and climate bill, a measure that’s by far the largest effort in U.S. history to combat climate change.
The bill invests $555 billion in climate programs, largely through providing tax incentives for low-emissions energy sources.
If enacted, Biden’s framework would enshrine climate change action in law, making such measures difficult to roll back by future administrations. อ่านเพิ่ม:https://www.cnbc.com/2021/11/19/house-passes-biggest-climate-investment-in-us-history-.html

9

ได้อะไรจาก COP26

1 ที่ประชุมขอให้รัฐบาลทั้งหลายเพิ่มเป้าลดก๊าซเรือนกระจกให้สูงขึ้นในปีหน้า 2 ประเทศสมาชิก(ส่วนใหญ่)ปฏิญาณว่าจะลดก๊าซมีเทน การตัดไม้ทำลายป่า การอุดหนุนการเงินแก่กิจการถ่านหิน ดำเนินการให้สู่ความสำเร็จในเรื่องการค้าคาร์บอน และ มีข้อตกลงร่วมระหว่างสหรัฐกับจีน 3 นักวิทยาศาสตร์ภูมิอากาศ ผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายและนักการเมืองมีความเห็นว่าข้อตกลงที่ได้จากการประชุมที่ Glasgow นี้มีผลเพียงสร้างความคืบหน้าอย่างค่อยเป็นค่อยไปเท่านั้นซึ่งไม่เพียงพอต่อการแก้วิกฤตภูมิอากาศ อ่านเพิ่ม: https://www.cnbc.com/2021/11/16/un-cop26-climate-summit-what-was-accomplished.html 17

จีนร่วมมือสหรัฐลดโลกร้อน

จีนประกาศหลายมาตรการเพื่อลดโลกร้อนเริ่มตั้งแต่การลดคาร์บอนและมีเทนไปจนถึงการตัดไม้ทำลายป่าที่ผิดกฎหมาย Antonio Guterres เลขาธิการใหญ่สหประชาชาติกล่าวว่า “การจัดการกับวิกฤตภูมิอากาศนี้ในเบื้องต้นจะต้องเริ่มจากความร่วมมือและสามัคคีกัน” อ่านเพิ่ม: https://www.cnbc.com/2021/11/11/cop26-us-china-declaration-on-climate-welcomed.html 26

ราคา

Price
วัตถุดิบอาหารสัตว์ต่อเดือน

ข้อมูล

Information
ประชากรสัตว์เเละภาษี

กฏระเบียบ

Rules and Regulations
พรบ.

บทความ

Research and Articles
งานวิจัยเเละอื่นๆ

Right Menu Icon